แอตมาดริดเฮ!คิเมเนซมีแววฟิตทันฉะเรอัล

“ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ได้รับข่าวดีก่อนฟาดลำแข้งกับ เรอัล มาดริด วันอาทิตย์นี้ เมื่อปราการหลังตัวหลักอย่าง โฮเซ่ คิเมเนซ กลับมาลงฝึกได้เรียบร้อย เมื่อวันพฤหัสบดีก่อนหน้าที่ผ่านมา

โฮเซ่ คิเมเนซ เซนเตอร์แบ็กคนสำคัญของ แอตเลติโก มาดริด มีทิศทางที่จะฟิตทันตามเวลาช่วยกลุ่มในเกม ลา ลีกา สเปน นัดดาร์บี้แมตช์แห่งกรุงมาดริด ที่กองทัพ “ตราหมี” มีคิวบุกไปเยือน เรอัล มาดริด ที่สังเวียนแข้ง ซานติอาโก เบร์นาเบว วันอาทิตย์ที่ 30 เดือนกันยายนนี้

คิเมเนซ ได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อจากเกมปัจจุบันที่ แอต. มาดริด เปิดบ้านอัด อ้วยส์ก้า 3-0 เมื่อวันอังคารที่ 25 ก.ย. ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แต่ทว่าปัจจุบัน ปราการหลังทีมชาติอุรุกวัย วัย 23 ปี กลับมาลงฝึกกับเพื่อนฝูงร่วมกลุ่มได้เป็นระเบียบเรียบร้อย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 เดือนกันยายน ซึ่งนับว่าเป็นข่าวดีสำหรับกลุ่มก่อนดวลกับ “ราชันชุดขาว”

ปัจจุบันนี้ แอต. มาดริด รั้งอันดับสามในตารางคะแนน ลา ลีกา โดยมี 11 แต้ม จากการลงแข่งขัน 6 นัดหมาย ตามหลัง บาร์เซโลน่า กลุ่มจ่าฝูง 2 แต้ม…

ลิเวอร์พูลสนใจแต่3คะแนนแค่นั้น

จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม กองกลาง ลิเวอร์พูล รับรองสังกัดเดิมไม่สนใจเรื่องประกาศศักดา หลังบุกอัด ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อวันเสาร์ บอกแข้ง “หงส์แดง” คิดถึงแต่ 3 คะเแนนแค่นั้น พร้อมชี้สิ่งจำเป็นเป็นการมีสมาธิและก็คว้าแชมป์ในเกมต่อๆไป

จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม มิดฟิลด์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมารับรองเมื่อวันจันทร์ที่ 17 ก.ย. ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ว่า สังกัดเดิมไม่สนใจที่จะประกาศศักดาประเด็นการเป็นผู้ท้าแข่งแชมป์ลีกแต่อย่างใด ภายหลังที่บุกไปเอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 ในเกมลีก เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้

ลิเวอร์พูล เริ่มซีซั่นนี้ได้เยี่ยมยอดด้วยการคว้าชัย 5 นัดรวดในพรีเมียร์ลีก โดยปัจจุบันบุกไปชนะ สเปอร์ส ได้ถึงสนามเวมบลีย์ อย่างไรก็แล้วแต่ ไวนัลดุม ก็ชี้ว่าไม่มีผู้ใดในห้องแต่งตัวนึกถึงเรื่องอื่น นอกเหนือจากการนำมาเก็บ 3 คะแนนให้ได้เพียงแค่นั้น

“ผมไม่ต้องการเอ่ยถึงประเด็นการประกาศศักดา เนื่องจากว่าทุกๆเกมล้วนไม่เหมือนกัน เวลานี้มันคือ ท็อตแน่ม แล้วก็ยังมีกลุ่มอื่นๆที่จะจำเป็นต้องพบอีก เกมก็คือเกม มันไม่ใช่การประกาศอะไรทั้งนั้น คุณสามารถคว้าชัยชนะได้วันนี้แล้วก็บางทีอาจแพ้ในเกมอื่น”

“พวกเราเพียงแค่ต้องทำให้มั่นใจว่าพวกเราจะไม่แพ้เกมพวกนั้นอย่างง่ายๆแล้วก็พวกเราจำเป็นต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อคว้าชัยชนะในเกมพวกนั้น พวกเราควรจะมีสมาธิ ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งเล่นบอลที่ดี ต่อจากนั้นพวกเราก็สามารถคว้าแชมป์ได้ แต่พวกเราจะต้องมีสมาธิกับสิ่งเหล่านั้น ไม่ใช่การประกาศศักดา” ไวนัลดุม กล่าว…

สองสิ่งที่แมนเชสเตอร์ควรเปลี่ยนแปลงหากไม่อยากพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอีกปี

คงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะกล่าวว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ในเวลานี้ไม่ใช่ทีมที่ยิ่งใหญ่เมื่อที่เคยเป็นมาอีกต่อไปเมื่อสถานการณ์ปัจจุบันพวกเขากำลังอยู่ในช่วงที่ย่ำ
แย่ภายใต้การนำทัพของชายที่ชื่อ โชเซ่ มูรินโญ่
ย้อนกลับไปยุคก่อนหน้านี้ภายใต้การนำของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
คือทีมจอมแกร่งแห่งเกาะอังกฤษโดยแท้จริงที่สำคัญพวกเขามีผู้เล่นที่เปี่ยมไปด้วยฝีเท้าดีทั้งสิ้น
ซึ่งไม่ใช่แค่การซื้อนักเตะที่ถูก และตอบโจทย์ของทีมเท่านั้นหากแต่เกิดจากการปลุกปั้นของ เซอร์
อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
จะเห็นได้ว่านักเตะบางรายตอนที่ย้ายมาใหม่ๆบางคนเป็นเพียงแข้งโนเนมที่หลายครั้ังมักถูกตั้งคำถามจา
กแฟนบอลหรือรวมไปถึงสื่อเองว่าไอ้นี่มันคือใคร อย่าง เนมานย่า วิดิช
ตอนที่ย้ายมาสวมวิญญาณปีศาจแดงครั้งแรกพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการไม่มีใครรู้มาก่อนว่าเขาคือใค
รมาจากไหนผ่านอะไรมาบ้าง
และฝีเท้าเป็นอย่างไรทว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกตั้งคำถามถูกตอบออกมาผ่านผลงานอันยอดเยี่ยมที่เขาฝากเ
อาไว้ในสีเสือแมนฯ ยูไนเต็ด
ยิ่งไปกว่านั้นเขากลายเป็นองค์ประกอบสำคัญช่วยทีมล่าโทรฟี่แชมป์มาประดับตู้โชว์เป็นว่าเล่นด้วยการจั
บคู่กับ ริโอ เฟอร์ดินาน กลายเป็นคู่กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษในเวลานั้นเลยทีเดียว
และไม่ใช่เพราะฝีเท้าของเขาพัฒนาได้เองแต่มันมาจากการปลุกปั้นของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ด้วยเช่นกัน แต่เมื่อตัดภาพมาดูที่ปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แทบไม่มีกองหลังที่สามารถทำผลงานได้ดีเหมือนยุคก่อนๆได้เลย แม้ก่อนหน้านี้ดูเหมือน ฟิล โจนส์
และคริส สมอลลิ่ง
จะกลายเป็นที่พึ่งพาได้ทว่าสุดท้ายก็ก้าวไม่พ้นข้อครหาเสียทีเมื่อยังมีความผิดพลาดให้เห็นหลายต่อหลา
ยคนจนสุดท้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังลองผิดลองถูก และไม่มีคู่กองหลังคนไหนที่ลงตัวเสียที
ซึ่งเป็นสิ่งที่ มูรินโญ่ ต้องแก้ไขโดยเร็ว
อีกประการหนึ่งคือเกมรุกที่ฝืดชนิดน่าใจหายยิ่งเมื่อเทียบจากขุมกำลังแนวรุกที่พวกเขามีก็แทบไม่น่าเชื่อ
ว่าศัักยภาพของพวกเขาจะมีเพียงเท่านี้ทั้งๆที่ในยุคก่อน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
คือทีมที่มีเกมรุกยอดเยี่ยมบุกดุดัน และมักไล่ถล่มคู่แข่งได้เสมอ แต่ในขณะเดียวกันภายใต้การนำของ
มูรินโญ่ เขาคือโค้ชที่ไม่สนใจการเอนเตอร์เทนคนดู
และให้ความสำคัญเพียงแค่ชัยชนะเท่านั้นทำให้เกือบตลอดเวลามักเน้นเกมรับ
และเน้นความแน่นอนทำให้รูปแบบน่าเบื่อ และการเข้าทำไม่หลากหลายพอที่จะเปลี่ยนเป็นประตูได้ หาก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังจะลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ปีนี้ก็ต้องปรับเปลี่ยนเยอะทีเดียว…